Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ดอกเบี้ย/ประโยชน์อื่นใด คิดจากยอดเงินต้นคงเหลือทั้งหมดในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี ตลอดระยะเวลา 15 ปี
เบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหนี้ คิดจากยอดเงินที่ผู้กู้ยืมค้างชำระในแต่ละปี ดังนี้

  • 12% ต่อปี ในกรณีที่ค้างชำระไม่เกิน 1 ปี (ร้อยละ 1/เดือน)
  • 18% ต่อปี ในกรณีที่ค้างชำระเกิน 1 ปีขึ้นไป (ร้อยละ 1.5/เดือน)

สามารถทำได้ โดยแบ่งชำระให้แล้วสร็จก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้ประจำปี ที่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ทุกสาขา ซึ่งยอดที่แบ่งชำระรวมแล้วเงินต้นจะต้องไม่น้อยกว่ายอดที่กำหนดให้ในแต่ละปี

การเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนก่อน กองทุนฯ ถือเป็นการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา ทั้งนี้ อาจจะเป็นปัญหาให้กับนักเรียน นักศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการจึงมีหนังสือขอความร่วมมือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปยังสถานศึกษาในสังกัดแล้ว

ผู้กู้ต้องไปติดต่อสถานศึกษาที่เคยยื่นกู้ให้ดำเนินการยกเลิกสัญญา และแบบยืนยันการลงทะเบียนในระบบ e-studentloan

  1. ขอแบบฟอร์มการยกเลิกสัญญา และแบบยืนยันการลงทะเบียน จากสถานศึกษา
  2. ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้กู้ยืม เซ็นชื่อในเอกสาร
  3. นำแบบฟอร์มการคืนเงินจากสถานศึกษาไปชำระเงินที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อชำระยอดปิดบัญชี
  4. เขียนคำร้อง แจ้งรายละเอียดเหตุผลในการยกเลิกสถานะการกู้ยืม
    หมายเหตุ ส่งสำเนาใบเสร็จการชำระเงินพร้อมเอกสารข้างต้น  ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ เบอร์แฟกซ์ 0 2256 8198 ยืนยันการส่งแฟกซ์ โทร. 0 2208 8699

กรณีที่ผู้กู้ยืมได้รับคำบังคับจากศาล เนื่องจากผู้กู้ยืมไม่ได้ชำระหนี้จนถูกดำเนินคดีต่อศาล และไม่ได้ไปตามที่ศาลนัด ทำให้ศาลพิพากษาให้ชำระหนี้ทั้งหมดพร้อมทั้งดอกเบี้ยและเบี้ยปรับที่ผิดนัด ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันจะต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลสั่งซึ่งรวมถึงค่าทนายความด้วย (โดยชำระหนี้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา)

การลดยอดหนี้ จะต้องดูข้อมูลการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมรายนั้นๆ เป็นหลักว่ามีการค้างชำระหนี้หรือไม่ ถ้าไม่มีประวัติการค้างชำระ ธนาคารก็จะนำเงินที่ชำระคืนไปหักดอกเบี้ย/ประโยชน์อื่นใดและยอดเงินต้น แต่ถ้ามีการค้างชำระหนี้ในปีก่อนๆ ธนาคารจะทำการหักในส่วนเบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหนี้กับดอกเบี้ย/ประโยชน์อื่นใดก่อน จึงจะนำจำนวนเงินที่เหลือไปหักยอดเงินต้น ให้กับผู้กู้ยืมตามลำดับ

กองทุนจะมีหนังสือแจ้งภาระหนี้ ส่งไปถึงผู้กู้ยืม 1 ครั้ง ก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก โดยจะส่งไปยังที่อยู่เดิมตามภูมิลำเนาของผู้กู้ยืม หรือตามที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์

ผู้กู้ยืมที่ไม่สามารถไปที่ศาลตามหมายนัดได้ จะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. มอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปแทน   หรือ
  2. ขอให้กองทุนถอนฟ้อง โดยการชำระหนี้ปิดบัญชีและชำระค่าทนายความ และส่งเอกสารการชำระหนี้ และค่าทนายความเพื่อให้กองทุนถอนฟ้อง ทั้งนี้ การติดต่อ กยศ.จะต้องดำเนินการก่อนถึงวันที่ศาลนัดไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์

สามารถทำได้ โดยจำนวนเงินที่เกินยอดหนี้ที่ต้องชำระในแต่ละงวด ระบบจะนำไปลดยอดเงินต้น แต่ไม่ได้นำไปลดยอดเงินที่ต้องชำระในงวดต่อไป กล่าวคือ ผู้กู้ยืมยังคงมีหน้าที่ต้องชำระเงินในงวดต่อไปเต็มตามจำนวนที่กำหนดในตารางผ่อนชำระหนี้ แต่เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำไปลดยอดเงินต้นในงวดสุดท้ายที่ผู้กู้ยืมจะต้องชำระ

ไม่ต้องใช้หนังสือรับรองรายได้ หนังสือรับรองรายได้ จะใช้ในกรณีที่ไม่มีหนังสือรับรองเงินเดือนจากต้นสังกัด

1. ช่วงก่อนวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 หากผู้กู้ยืมไม่แน่ใจว่าคดีถึงชั้นศาลหรือไม่ ให้แนะนำผู้กู้ยืมติดต่อบริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) หมายเลขโทรศัพท์ 02 0968800 และ 02 0968950-4 วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 น.-17.30 น.)

2. ช่วงเวลาที่ทนายความยังไม่ได้นำคดีไปยื่นฟ้องศาล ผู้กู้ยืมสามารถระงับฟ้องโดยจะต้องชำระหนี้ ปิดบัญชีให้เสร็จสิ้น (Pay Off) ก่อนที่ทนายความจะยื่นฟ้องศาล และส่งแฟกซ์เอกสารชำระหนี้ปิดบัญชีไปให้สำนักงานทนายความ หรือบริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) หมายเลขแฟกซ์ 02-261 3811 และ 02-6618966

3. ช่วงเวลาที่คดีถึงชั้นศาลแล้ว (ทนายความยื่นฟ้องต่อศาล) ผู้กู้ยืมสามารถถอนฟ้องได้ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา โดยจะต้องชำระหนี้ปิดบัญชีให้เสร็จสิ้น (Pay Off) รวมทั้งชำระค่าทนายความจำนวน 5,500 บาทด้วย และส่งแฟกซ์เอกสารชำระหนี้และชำระค่าทนายความ ไปให้สำนักงานทนายความหรือส่ง บริษัทกรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) หมายเลขแฟกซ์ 02-2613811 และ 02-6618966 หมายเลขโทรศัพท์ 02-0968950 หากผู้กู้ยืมไม่ติดต่อระงับฟ้องหรือถอนฟ้อง ขั้นตอนต่อไปจะเข้ากระบวนการพิพากษา ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

  1. หากผู้กู้ยืมไปขึ้นศาล จะตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความผ่อนชำระเป็นรายเดือน 9 ปี (108 งวด) เรียกว่า "การพิพากษาตามสัญญายอม"
  1. หากผู้กู้ยืมไม่ไปขึ้นศาล ศาลจะมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้เสร็จสิ้นในครั้งเดียว เรียกว่า "การพิพากษาฝ่ายเดียว"

4. หากผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้ปิดบัญชีแล้ว (Pay Off) แต่ไม่ได้ติดต่อทนายความหรือ บริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) และผู้กู้ยืมยังได้รับหมายศาล แนะนำให้ผู้กู้ยืมไปศาลตามนัด โดยนำเอกสารหลักฐานการชำระหนี้ปิดบัญชีไปแถลงต่อศาล และขอให้ศาลพิจารณาลดหย่อนค่าทนายความ

 

ผู้กู้ต้องชำระยอดหนี้ให้เป็นปัจจุบัน และยอดหนี้ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือตามสัญญาไกล่เกลี่ย

  1. กรอกข้อมูลแจ้งความประสงค์ในแบบฟอร์ม กยศ.108 ดาวน์โหลดจาก Web site กองทุน
  2. สำเนาบัตรประชาชน (ลงรายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)
  3. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทยหน้าแรก (ลงรายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)

ส่งเอกสารไปที่ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เบอร์แฟกซ์ 0 2256 8198 ยืนยันแฟกซ์ โทร. 0 2208 8699
หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ เลขที่ 10 อาคารสุขุมวิท ชั้น 14  ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม.10110

สามารถคลิกดาวน์โหลดขั้นตอนการกู้ยืมได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1546921466

  1. ผู้กู้ยืมเงินที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้วเป็นเวลา 2 ปี นับจากปีที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษา (ครบระยะเวลาปลอดหนี้)
  2. กรณีผู้กู้ยืมเงินที่ไม่กู้ต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ปี และไม่แจ้งสถานภาพให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบจะถือว่าเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ และมีหน้าที่ต้องชำระหนี้คืนกองทุน

กองทุนจะรวบรวมรายชื่อผู้ค้างชำระหนี้ ตั้งแต่ 4 ปี (5 งวด) ขึ้นไป เพื่อบอกเลิกสัญญากู้ยืม และส่งให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยดำเนินการฟ้องคดี หากในระหว่างนี้ ผู้กู้ยืมมีการชำระหนี้เป็นปัจจุบัน ก็จะสามารถถอดรายชื่อออกจาการถูกดำเนินคดีได้

ในกรณีที่ผู้กู้ยืมทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้จะต้องแจ้งเรื่องขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย / กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยผู้กู้ยืมต้องแนบหลักฐาน ดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการที่ไม่หมดอายุ
  2. ใบรับรองแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน โดยให้แพทย์บรรยายรายละเอียดของความพิการที่เป็นอยู่โดยโรงพยาบาล และไม่เกิน 90 วัน (ใช้ฉบับ จริง)
  3. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ยืม
  4. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกันทุกคน
  5. สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน กยศ./กรอ. (ถ้ามี)
  6. หนังสือรับรองความสามารถประกอบการงานของผู้พิการ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการที่รับรองความสามารถฯ
    โดยกองทุนฯ จะได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ เพื่อทำการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ต่อไป