Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ผู้กู้ยืมที่ประกอบอาชีพอิสระต้องชำระหนี้ตามสัญญาด้วยวิธีการและช่องทางเดิม แต่เมื่อใดที่เปลี่ยนงานและมีนายจ้างก็จะต้องถูกหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้เช่นกัน 

ผู้กู้ยืมที่มีนายจ้างและได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) จะต้องถูกหักเงินเดือนทุกท่าน เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืม

 

กยศ.จะมีแบบฟอร์มให้องค์กรนายจ้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการหักเงินนำส่งกรมสรรพากร และจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยองค์กรนายจ้างอีกทางหนึ่ง

ไม่ต้องใช้หนังสือรับรองรายได้ หนังสือรับรองรายได้ จะใช้ในกรณีที่ไม่มีหนังสือรับรองเงินเดือนจากต้นสังกัด

นายจ้างต้องยื่นแบบทาง Internet นำส่งผ่านระบบสารสนเทศของกรมสรรพากร ภายในระยะเวลาการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

คือหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. หรือ กรอ. ตามจำนวนที่กองทุนฯ แจ้งให้ทราบ และนำส่งกรมสรรพากร เพื่อชำระเงินหนี้เงินกู้ยืม 

การพิจารณารายได้ต่อครอบครัว ให้พิจารณาจากรายได้รวมทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่าย ซึ่งไม่สามารถนำรายจ่ายอื่นๆ มาหักลบ

ไม่ได้ ผู้กู้ยืมจะต้องยื่นขอกู้ยืมผ่านระบบ e-studentloan ตั้งแต่เทอม 1 เป็นต้นไป

จำนวนเงินดอกเบี้ยที่ปรากฏตามตาราง ได้คำนวณยอดไว้เป็นรายปี โดยนับจากวันที่ 5 ก.ค เป็นหลัก ดังนั้น หากการชำระหนี้ ที่ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ 5 ก.ค หรือชำระหนี้หลังวันที่ 5 ก.ค. ของแต่ละปี ยอดดอกเบี้ยที่ต้องชำระจริงจะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนวันที่มาชำระหนี้
ซึ่งมีวิธีการคำนวณดอกเบี้ย ดังนี้
วิธีคำนวณดอกเบี้ย ยอดหนี้คงเหลือ X 1% (อัตราดอกเบี้ย) หาร 365 วัน **เท่ากับอัตราดอกเบี้ยจะเดินเป็นรายวันจนกว่าเงินต้นจะหมด
หมายเหตุ การชำระหนี้ก่อนกำหนดจะไม่สามารถยึดการผ่อนจ่ายตามตารางได้ เนื่องจากในการคำนวณหนี้ในตารางได้กำหนดวันจ่ายที่ 5 ก.ค ของทุกปี และได้มีการคิดนวณดอกเบี้ยเรียบร้อยแล้วทุกปี กรณีที่ผู้กู้จ่ายก่อนจะทำให้มีดอกเบี้ยที่เกินขึ้นน้อยกว่าในตาราง ให้ผู้จ่ายยอดตามหน้าระบบแทนนะค่ะ

  • การขอผ่อนผันการชำระหนี้สามารถทำได้แต่จะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ทางกองทุนฯ กำหนด

รายละเอียดการผ่อนผันการชำระหนี้ https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1548649297

ให้ผู้กู้ยืม/สถานศึกษาตรวจสอบ ดังนี้

1. สถานศึกษาดำเนินการในระบบ e-Studentloan เสร็จสิ้นครบถ้วนทุกขั้นตอน ภายในระยะเวลาที่กองทุนกำหนดหรือไม่

2. สถานศึกษาได้นำส่งเอกสารการกู้ยืมของผู้กู้ยืมให้กับธนาคารเรียบร้อยแล้วหรือไม่ และหากส่งแล้วแต่เอกสารดังกล่าวไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ตามที่ธนาคารได้แจ้งไว้แก่สถานศึกษาทาง Auto mail สถานศึกษาได้     ทำการจัดส่งเอกสารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ให้ธนาคารภายในระยะเวลาที่กองทุนกำหนดแล้วหรือไม่

3. สถานศึกษาได้นำส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถานศึกษาในการลงนามในเอกสารการกู้ยืมเงินให้ธนาคารเรียบร้อยหรือไม่

4. กรณีสถานศึกษาที่ต้องดำเนินการระบบ e-Audit ได้ดำเนินการส่งข้อมูล และหรือส่งคืนเงินให้กองทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่

*หากดำเนินการดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการโอนเงินให้ติดต่อกองทุนและหรือธนาคาร

กองทุนกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการโอนเงินกู้ยืม ลักษณะที่ 1 เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และลักษณะที่ 2 เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก ซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคนและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ดังต่อไปนี้

หมายเหตุ : ธนาคารจะจัดส่งรายงานการโอนเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้กับสถานศึกษาทาง Auto mail ตามจำนวนครั้งที่โอนเงิน หากไม่ได้รับ Auto mail ให้สถานศึกษาติดต่อกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม

*กรณีผู้กู้ยืมเงิน /สถานศึกษา ไม่ได้รับเงินให้ติดต่อธนาคาร

แนวปฏิบัติสำหรับผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดี

กรณีที่ 1 หากผู้กู้ยืมประสงค์ให้ถอนฟ้อง

ผู้กู้ยืมต้องชำระหนี้ปิดบัญชี พร้อมจ่ายค่าทนาย และส่งหลักฐานการชำระหนี้ปิดบัญชีให้กองทุนพิจารณาถอนฟ้อง

01.ชำระหนี้ปิดบัญชี พร้อมค่าทนาย ดังนี้

1. ชำระหนี้เงินกู้ยืมที่ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

2. ชำระค่าทนายความ 5,500 บาท ก่อนวันที่ศาลนัด 2 สัปดาห์ที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น

โดยชำระผ่านระบบ Teller Payment  (กยศ. code : 9067)   (กรอ. code : 92707)

02.ส่งหลักฐานการชำระหนี้ปิดบัญชี พร้อมแจ้งชื่อและเบอร์ติดต่อกลับ ดังนี้

1. ใบเสร็จการชำระหนี้ปิดบัญชี กยศ. หรือ กรอ.

2. ใบเสร็จการชำระค่าทนายความ

“ผู้กู้ กยศ.” ส่งให้แก่ บริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด

               Fax: 0 2261 3811 โทรศัพท์ 0 2261 3739 ต่อ 8778

“ผู้กู้ กรอ.” ส่งให้แก่ ฝ่ายคดีและบังคับคดี กยศ. ระบุ “ขอให้ถอนฟ้อง กรอ. หรือผู้กู้ยืมกลุ่มไกล่เกลี่ย”

               Fax: 0 2016 4940 โทรศัพท์ 0 2016 4888 ต่อ 550 – 587

 

กรณีที่ 2 ผู้กู้ยืมที่ไม่สามารถชำระหนี้เพื่อถอนฟ้องได้ ผู้กู้และผู้ค้ำประกันทุกคนจะต้องไปศาล

01.เจรจาไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความในชั้นศาล กรณีที่ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันไปตามที่ศาลนัดหมาย สามารถขอผ่อนชำระหนี้รายเดือนให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 9 ปี

•กรณีบุคคลใดบุคคลหนี่งไม่สามารถไปศาลได้ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนและลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องให้บุคคลที่บรรลุ  นิติภาวะทำแทนได้

02.กรณีที่ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันไม่ไปตามที่ศาลนัด "ศาลจะสั่งพิพากษาชำระหนี้ทั้งจำนวน"

โดยจะส่งคำบังคับแจ้งให้ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นใน 30 วัน หลังจากได้รับคำสั่งศาล

ผู้กู้ยืมสามารถตรวจสอบยอดหนี้ได้ 2 วิธี คือ

  1. ตรวจสอบยอดหนี้จากเว็บไซต์ของกองทุนฯ http://www.studentloan.or.th โดยผู้กู้ยืมสามารถตรวจ สอบยอดหนี้ ณ ปัจจุบันได้ด้วยตนเอง
  2. สามารถสอบถามยอดหนี้ที่ต้องชำระได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย/ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม) ก่อนชำระคืนจะถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากยอดหนี้ที่ได้รับแจ้งหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารฯ นั้น จะเป็นยอด ณ ปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการชำระหนี้ผู้กู้ยืมจะต้องเพิ่มเงินในส่วนของค่าบริการหรือค่าธรรมเนียม 10 บาท จากยอดที่จะต้องจ่ายไปด้วย เช่น ยอดที่จะต้องชำระหนี้ 1,000 บาท ผู้กู้ยืมจะต้องชำระหนี้ 1,010 บาท