Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

นายจ้างต้องแจ้งให้กองทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

ทางกองทุนอยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนายจ้างที่มีลูกจ้างรายวัน

สำหรับลูกหนี้ กยศ. ที่ประกอบอาชีพอิสระ มีหน้าที่ชำระหนี้ด้วยตนเอง ตามกำหนดระยะเวลา และช่องทางรับชำระหนี้ที่กองทุนกำหนด

ผู้ที่ทำสัญญาไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความก่อนฟ้อง แต่มีหมายศาลไปที่บ้าน
ขอให้ผู้กู้ยืมติดต่อ บริษัทกรุงไทยกฎหมายจำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 0 2261 3811 เพื่อส่งสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความที่ได้ทำไว้กับกองทุน  พร้อมรายละเอียดชื่อ สกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน (ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและลงนามรับรองความถูกต้องของเอกสารด้วย)  ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้  โดยบริษัทฯ จะตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการถอนฟ้องให้ต่อไป  สำหรับการถอนฟ้องกรณีดังกล่าว ผู้กู้ยืมไม่ต้องชำระเงินค่าทนายความแต่อย่างใด

  1. สถานศึกษายังมิได้จัดส่งเอกสารให้ธนาคาร หรือจัดส่งเอกสารให้ธนาคารแล้วแต่ธนาคารยังไม่ได้รับเอกสาร หรือจัดส่งเอกสารไปยังกองทุน ทำให้ธนาคารได้รับเอกสารล่าช้า
  2. ธนาคารได้รับเอกสารแล้วแต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบทานความถูกต้อง หรือสอบทานแล้วแต่เอกสารไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน โดยสถานศึกษาจะต้องดำเนินการแก้ไขตาม Auto Mail ที่ธนาคารแจ้งให้ทราบและจัดส่งเอกสารให้ธนาคารสอบทานความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง หากธนาคารสอบทานความถูกต้องแล้วจึงจะโอนจ่ายเงินต่อไป หากเจ้าหน้าที่สถานศึกษามีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับ E-Mail ต้องแก้ไขรายชื่อผู้รับ E-Mail ในระบบ e-Studentloan ให้ถูกต้อง
  3. สถานศึกษาส่งเอกสารสัญญาให้ธนาคารแล้ว แต่ไม่ได้ส่งไฟล์ข้อมูลยืนยันการกู้ยืมเงิน หรือดำเนินการในระบบไม่ครบทุกขั้นตอน
  4. สถานศึกษาบางแห่งยังไม่ได้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนามให้ธนาคาร หรือลายมือชื่อผู้มีอำนาจผู้มีอำนาจของสถานศึกษาในสัญญาไม่ตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อในระบบ
  5. สถานศึกษาไม่ได้ดำเนินการในระบบ e-Audit ทำให้กองทุนสั่งระงับการโอนเงินค่าเล่าเรียนทั้งเงินกู้ กยศ. และ กรอ. เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วกองทุนจะแจ้งยกเลิกการระงับการโอนเงินให้สถานศึกษาต่อไป
  6. ผู้กู้ยืม กรอ. ที่กู้เงินในส่วนของค่าครองชีพ ยังไม่ได้ส่งสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ให้ธนาคาร จึงไม่สามารถโอนเงินค่าครองชีพให้แก่ผู้กู้ยืมได้
  1. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญากู้ยืม  ให้ผู้กู้ยืมส่งหลักฐานการศึกษาว่าผู้กู้ยืมมีการศึกษาต่อเนื่องโดยไม่มีการเลิกศึกษา  และแจ้งให้กองทุนและบมจ.ธนาคารกรุงไทยทราบเพื่อปรับปรุงข้อมูลออกจากกลุ่มผู้ถูกดำเนินคดี
  2. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้รับหมายศาล ให้ผู้กู้ยืมส่งหลักฐานการศึกษาว่าผู้กู้ยืมมีการศึกษาต่อเนื่องโดยไม่มีการเลิกศึกษา  และแจ้งให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยทราบเพื่อถอนฟ้อง
    ผู้กู้ยืมจะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อให้กองทุน และ/หรือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย สามารถดำเนินการได้ทัน มิให้พ้นกำหนดระยะเวลาในหนังสือบอกเลิกสัญญากู้ยืม / พ้นกำหนดที่ศาลนัด
  1. กองทุนส่งหนังสือบอกเลิกสัญญากู้ยืม ให้ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันทราบ  และขอให้มีการชำระหนี้ หากผู้กู้ยืมไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงจะส่งรายชื่อให้บมจ.ธนาคารกรุงไทยดำเนินคดี
  2. บมจ.ธนาคารกรุงไทย ดำเนินการฟ้องคดีกับผู้กู้ยืม และผู้ค้ำประกันตามสัญญากู้ยืมเงิน (ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันจะได้รับหมายศาล)
  3. เมื่อศาลมีหมายนัด ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันต้องไปตามนัด โดยในวันนัดจะมีการไกล่เกลี่ยประนีประนอม
  4. ศาลพิพากษา  เมื่อศาลมีคำพิพากษา ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันจะต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้น

หากยังไม่มีการชำระหนี้ตามคำพิพากษา  กองทุนจะส่งคำบังคับให้ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน  และจะทำการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป

ผู้กู้ต้องไปติดต่อสถานศึกษาที่เคยยื่นกู้ให้ดำเนินการยกเลิกสัญญา และแบบยืนยันการลงทะเบียนในระบบ e-studentloan

  1. ขอแบบฟอร์มการยกเลิกสัญญา และแบบยืนยันการลงทะเบียน จากสถานศึกษา
  2. ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้กู้ยืม เซ็นชื่อในเอกสาร
  3. นำแบบฟอร์มการคืนเงินจากสถานศึกษาไปชำระเงินที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อชำระยอดปิดบัญชี
  4. เขียนคำร้อง แจ้งรายละเอียดเหตุผลในการยกเลิกสถานะการกู้ยืม
    หมายเหตุ ส่งสำเนาใบเสร็จการชำระเงินพร้อมเอกสารข้างต้น  ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ เบอร์แฟกซ์ 0 2256 8198 ยืนยันการส่งแฟกซ์ โทร. 0 2208 8699

กองทุนจะรวบรวมรายชื่อผู้ค้างชำระหนี้ ตั้งแต่ 4 ปี (5 งวด) ขึ้นไป เพื่อบอกเลิกสัญญากู้ยืม และส่งให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยดำเนินการฟ้องคดี หากในระหว่างนี้ ผู้กู้ยืมมีการชำระหนี้เป็นปัจจุบัน ก็จะสามารถถอดรายชื่อออกจาการถูกดำเนินคดีได้

  1. ช่วงก่อนวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 หากผู้กู้ยืมไม่แน่ใจว่าคดีถึงชั้นศาลหรือไม่ ให้แนะนำผู้กู้ยืมติดต่อบริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) หมายเลขโทรศัพท์ 0 2261 3739 ต่อ 7711-9 (จันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 น.-17.30 น.)
  2. ช่วงเวลาที่ทนายความยังไม่ได้นำคดีไปยื่นฟ้องศาล ผู้กู้ยืมสามารถระงับฟ้องโดยจะต้องชำระหนี้ ปิดบัญชีให้เสร็จสิ้น (Pay Off) ก่อนที่ทนายความจะยื่นฟ้องศาล และส่งแฟกซ์เอกสารชำระหนี้ปิดบัญชีไปให้สำนักงานทนายความ หรือบริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) หมายเลขแฟกซ์ 0 2261 3811
  3. ช่วงเวลาที่คดีถึงชั้นศาลแล้ว (ทนายความยื่นฟ้องต่อศาล) ผู้กู้ยืมสามารถถอนฟ้องได้ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา โดยจะต้องชำระหนี้ปิดบัญชีให้เสร็จสิ้น (Pay Off) รวมทั้งชำระค่าทนายความจำนวน 5,500 บาทด้วย และส่งแฟกซ์เอกสารชำระหนี้และชำระค่าทนายความ ไปให้สำนักงานทนายความหรือส่งให้คุณนิตยา โรจนกสิกิจ บริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) หมายเลขแฟกซ์ 0 2261 3755 หมายเลขโทรศัพท์ 0 2261 3739 ต่อ 8778
  4. หากผู้กู้ยืมไม่ติดต่อระงับฟ้องหรือถอนฟ้อง ขั้นตอนต่อไปจะเข้ากระบวนการพิพากษา ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี
    1. หากผู้กู้ยืมไปขึ้นศาล จะตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความผ่อนชำระเป็นรายเดือน ประมาณ 9 ปี (108 งวด) เรียกว่า "การพิพากษาตามสัญญายอม"
    2. หากผู้กู้ยืมไม่ไปขึ้นศาล ศาลจะมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้เสร็จสิ้นในครั้งเดียว เรียกว่า "การพิพากษาฝ่ายเดียว"
  5. หากผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้ปิดบัญชีแล้ว (Pay Off) แต่ไม่ได้ติดต่อทนายความหรือ บริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) และผู้กู้ยืมยังได้รับหมายศาล แนะนำให้ผู้กู้ยืมไปศาลตามนัด โดยนำเอกสารหลักฐานการชำระหนี้ปิดบัญชีไปแถลงต่อศาล และขอให้ศาลพิจารณาลดหย่อนค่าทนายความ

ผู้กู้ต้องชำระยอดหนี้ให้เป็นปัจจุบัน และยอดหนี้ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือตามสัญญาไกล่เกลี่ย

  1. กรอกข้อมูลแจ้งความประสงค์ในแบบฟอร์ม กยศ.108 ดาวน์โหลดจาก Web site กองทุน
  2. สำเนาบัตรประชาชน (ลงรายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)
  3. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทยหน้าแรก (ลงรายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)

ส่งเอกสารไปที่ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เบอร์แฟกซ์ 0 2256 8198 ยืนยันแฟกซ์ โทร. 0 2208 8699
หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ เลขที่ 10 อาคารสุขุมวิท ชั้น 14  ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม.10110

กองทุนฯ มีนโยบายให้กู้ยืมกับนักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือศึกษาในสาขาที่เป็นความต้องการหลักและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ กรณีมีความประสงค์ขอกู้ยืมเงิน สามารถลงทะเบียนขอรหัสผ่านที่ Website ของกองทุนฯ

  1. กรอกแบบฟอร์มการขอกู้ยืมเงินใน Website ของกองทุนฯ ภายในระยะเวลาที่กองทุนฯกำหนด (ดูประกาศกำหนดเปิดระบบประมาณเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป)
  2. นักเรียน/นักศึกษา จะได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานศึกษาพิจารณา เนื่องจากกองทุนฯ ได้มอบอำนาจให้ทางสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาในการกู้ยืมโดยตรง
  3. โปรดตรวจสอบเงื่อนไขการกู้ยืมที่หน้า Website ของกองทุนฯ เช่น เกรดเฉลี่ยสะสม ,ชั่วโมงจิตอาสา,รายได้ของครอบครัว เป็นต้น
  1. ผู้กู้ยืมเงินที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้วเป็นเวลา 2 ปี นับจากปีที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษา (ครบระยะเวลาปลอดหนี้)
  2. กรณีผู้กู้ยืมเงินที่ไม่กู้ต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ปี และไม่แจ้งสถานภาพให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบจะถือว่าเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ และมีหน้าที่ต้องชำระหนี้คืนกองทุน

ในกรณีที่ผู้กู้ยืมทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้จะต้องแจ้งเรื่องขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย / กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยผู้กู้ยืมต้องแนบหลักฐาน ดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการที่ไม่หมดอายุ
  2. ใบรับรองแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน โดยให้แพทย์บรรยายรายละเอียดของความพิการที่เป็นอยู่โดยโรงพยาบาล และไม่เกิน 90 วัน (ใช้ฉบับ จริง)
  3. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ยืม
  4. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกันทุกคน
  5. สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน กยศ./กรอ. (ถ้ามี)
  6. หนังสือรับรองความสามารถประกอบการงานของผู้พิการ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการที่รับรองความสามารถฯ
    โดยกองทุนฯ จะได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ เพื่อทำการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ต่อไป

ไม่ได้ ผู้กู้ยืมจะต้องยื่นขอกู้ยืมผ่านระบบ e-studentloan ตั้งแต่เทอม 1 เป็นต้นไป