Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ผู้กู้ยืมที่มีนายจ้างและได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) จะต้องถูกหักเงินเดือนทุกท่าน เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืม

 

ให้นายจ้างแจ้งเหตุการลาออกในระบบจ่ายตรงเงินเดือนของกรมบัญชีกลาง หรือในระบบ e-PaySLF ของกรมสรรพกร แล้วแต่กรณี 

ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 กำหนดให้หน่วยงานซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินของผู้กู้ยืมเงินซึ่งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนตามจำนวนที่กองทุนฯ แจ้งให้ทราบ หากหน่วยงานไม่ดำเนินการจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสองต่อเดือนจากยอดเงินที่ต้องนำส่ง

 

สำหรับลูกหนี้กองทุนฯ ที่ประกอบอาชีพอิสระ มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทางรับชำระหนี้ที่กองทุนฯ กำหนด ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา 

ผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกหักเงินเดือนหรือประกอบอาชีพอิสระ มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทางรับชำระหนี้เดิมตามที่กองทุน กำหนด ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา 

 

ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้ตลอดเวลา โดยติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา และขอให้ผู้กู้ยืมแจ้งการปิดบัญชีให้กองทุนรับทราบตามช่องทางที่กำหนดไว้ เพื่อความแน่ใจว่าผู้กู้ยืมจะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการหักในรอบเดือนถัดไป

นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

- ฟรีค่าธรรมเนียม

- ประหยัดเวลา

- ป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ และไม่ทำให้เสียเบี้ยปรับ

- เป็นผู้ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับรุ่นน้อง

 

กรณีที่ 1 นายจ้างไม่สามารถหักและนำส่งผ่านระบบ e-Payslf  ให้นายจ้างแจ้งเป็นหนังสือขอเลื่อนการนำส่งเงินให้กองทุนฯ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กองทุนฯ แจ้งข้อมูลผู้กู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Payslf โดยกองทุนฯ จะขยายระยะเวลาให้ไม่เกิน 90 วัน

กรณีที่ 2 นายจ้างไม่สามารถหักเงินของผู้กู้ยืมบางรายได้  ให้นายจ้างนำส่งรายชื่อและจำนวนเงินของรายที่หักได้ พร้อมแจ้งรายละเอียดสำหรับรายที่ไม่สามารถหักได้ โดยต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

 

- ผู้กู้ยืมลาออก ถูกปลดออก ไล่ออก หรือโอนย้าย 

- ผู้กู้ยืมมีรายได้คงเหลือไม่พอหักเงินเพื่อชำระหนี้ (หลังหักรายการตามกฎหมาย)

- ผู้กู้ยืมลาโดยไม่ได้รับเงินเดือน 

- ผู้กู้ยืมได้รับโทษทางวินัยไม่ได้รับเงินเดือน 

- ผู้กู้ยืมเสียชีวิต 

- ผู้กู้ยืมชำระหนี้เสร็จสิ้น 

- ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างการศึกษา

- ผู้กู้ยืมไม่เป็นพนักงาน/ลูกจ้างของหน่วยงาน

- ผู้กู้ยืมมีสถานะพักการจ้างโดยไม่ได้รับเงินเดือน

เมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ให้นายจ้างนำส่งเงินเป็น 0 บาท เว้นแต่เข้าเงื่อนไข “ผู้กู้ยืมมีรายได้คงเหลือไม่พอหักเงินเพื่อชำระหนี้ (หลังหักรายการตามกฎหมาย)” กรณีนี้ให้นายจ้างหักนำส่งเท่าจำนวนที่สามารถหักนำส่งได้จริง

 

ตาม พ.ร.บ. กยศ. มาตรา 51 ได้กำหนดลำดับการหักเงินเดือน ดังนี้
อันดับที่ 1 ภาษี ณ ที่จ่าย
อันดับที่ 2 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ประกันสังคม หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
อันดับที่ 3 เงินกู้ กยศ.
ดังนั้นจึงต้องหักเงิน กยศ. ก่อนการอายัดเงินเดือนของกรมบังคับดคี โดยนายจ้างจะต้องแจ้งให้กรมบังคับคดีทราบ หากมีเงินไม่เพียงพอในการอายัดเงินของกรมบังคับคดี

พ.ร.บ.กองทุน พ.ศ. 2560 จะบูรณาการทั้งหมด โดยให้อำนาจกองทุนสามารถขอข้อมูลส่วนบุคคลของลูกหนี้ กยศ. เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ จากหน่วยงานต่างๆ ได้ รวมถึงการบังคับคดี จากเดิมการบังคับคดีของลูกหนี้ที่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ ซึ่งกองทุนต้องใช้เงินในการจ้างติดตามสืบทรัพย์จำนวนมาก แต่ พ.ร.บ. กองทุน พ.ศ. 2560 สามารถส่งข้อมูลของลูกหนี้ให้กับกรมที่ดิน ตรวจสอบการถือครองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ จากการบูรณาการนี้ทำให้รัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก และทำให้กองทุนดำเนินการได้โดยมีข้อจำกัดที่น้อยลง ทำให้ติดตามหนี้ได้คืนมากขึ้น และไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐต่อไป

ยังต้องถูกหักเงินเดือน เนื่องจากเป็นลูกหนี้ที่ต้องชำระเงินคืน และจะต้องจ่ายเงินตามยอดที่ได้ไกล่เกลี่ยกับศาลไว้แล้ว จำนวน 1,300 บาทต่อเดือน ตามระยะเวลาที่เหลือ

กยศ.จะมีหนังสือแจ้งมายืนยันว่าพนักงานเป็นผู้กู้ และเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่ต้องหักเงินเดือนนำส่ง กยศ.

การติดต่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ฝ่ายบริหารหนี้ สามารถติดต่อได้ที่ เลขที่ 89

อาคาร เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 5-6

ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 094-2126250 ถึง 79 (30 คู่สาย)

อีเมล : [email protected]

LINE : กยศ.หักเงินเดือน (ID : @slf-dpayroll)

ผู้กู้ยืมต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกบังคับใช้ ซึ่งผู้กู้ยืมได้ให้ความยินยอมในสัญญากู้ยืมแล้ว และ พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ได้กำหนดไว้ใน มาตรา 51 ให้นายจ้างมีหน้าที่หักเงินเดือนของผู้กู้ยืมเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนฯ

 

ตาม พ.ร.บ. กยศ. 2560 ในมาตรา 51 นายจ้างจะต้องรับผิดชดใช้เงินที่ต้องนำส่งและต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้นำส่ง ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง