Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ดูได้จากสลิปเงินเดือนที่หน่วยงานต้นสังกัดออกให้

นายจ้างสามารถนำส่งรายชื่อของพนักงานทั้งหมดมาให้ กยศ. ตรวจสอบข้อมูลการเป็นผู้กู้ยืมได้ ตามอำนาจในพ.ร.บ. กยศ. มาตรา 45

หักเป็นเงินจำนวนที่แน่นอน ตามจำนวนและเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงินหรือข้อตกลงอื่น

สำหรับในส่วนที่ผู้กู้ยืมชำระเพิ่มกองทุนฯ จะนำไปลดหนี้จากเงินต้นคงเหลือ จะทำให้ผู้กู้ยืมเสียดอกเบี้ยน้อยลงและหนี้หมดเร็วขึ้น แต่อัตรารายเดือนที่หักจะยังคงเป็นอัตราเดิม 

ยังต้องถูกหักเงินเดือน เนื่องจากเป็นลูกหนี้ที่ต้องชำระเงินคืน และจะต้องจ่ายเงินตามยอดที่ได้ไกล่เกลี่ยกับศาลไว้แล้ว จำนวน 1,300 บาทต่อเดือน ตามระยะเวลาที่เหลือ

ผู้กู้ยืมเงินที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกราย หากทำงานมีนายจ้างและได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรจะต้องเข้าสู่ระบบการหักชำระผ่านนายจ้างทุกราย

กรณีที่ 1 นายจ้างไม่สามารถหักและนำส่งผ่านระบบ e-Payslf  ให้นายจ้างแจ้งเป็นหนังสือขอเลื่อนการนำส่งเงินให้กองทุนฯ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กองทุนฯ แจ้งข้อมูลผู้กู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Payslf โดยกองทุนฯ จะขยายระยะเวลาให้ไม่เกิน 90 วัน

กรณีที่ 2 นายจ้างไม่สามารถหักเงินของผู้กู้ยืมบางรายได้  ให้นายจ้างนำส่งรายชื่อและจำนวนเงินของรายที่หักได้ พร้อมแจ้งรายละเอียดสำหรับรายที่ไม่สามารถหักได้ โดยต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

 

- ผู้กู้ยืมลาออก ถูกปลดออก ไล่ออก หรือโอนย้าย 

- ผู้กู้ยืมมีรายได้คงเหลือไม่พอหักเงินเพื่อชำระหนี้ (หลังหักรายการตามกฎหมาย)

- ผู้กู้ยืมลาโดยไม่ได้รับเงินเดือน 

- ผู้กู้ยืมได้รับโทษทางวินัยไม่ได้รับเงินเดือน 

- ผู้กู้ยืมเสียชีวิต 

- ผู้กู้ยืมชำระหนี้เสร็จสิ้น 

- ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างการศึกษา

- ผู้กู้ยืมไม่เป็นพนักงาน/ลูกจ้างของหน่วยงาน

- ผู้กู้ยืมมีสถานะพักการจ้างโดยไม่ได้รับเงินเดือน

เมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ให้นายจ้างนำส่งเงินเป็น 0 บาท เว้นแต่เข้าเงื่อนไข “ผู้กู้ยืมมีรายได้คงเหลือไม่พอหักเงินเพื่อชำระหนี้ (หลังหักรายการตามกฎหมาย)” กรณีนี้ให้นายจ้างหักนำส่งเท่าจำนวนที่สามารถหักนำส่งได้จริง

 

กองทุนจะหักเงินเดือนผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชำระหนี้ปกติ กลุ่มผิดนัดชำระหนี้ กลุ่มไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องคดี และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแล้ว

ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้ตลอดเวลา โดยติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา และขอให้ผู้กู้ยืมแจ้งการปิดบัญชีให้กองทุนรับทราบตามช่องทางที่กำหนดไว้ เพื่อความแน่ใจว่าผู้กู้ยืมจะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการหักในรอบเดือนถัดไป

นักเรียน นักศึกษา สามารถดาวน์โหลดขั้นตอนการกู้ยืมได้ตามลิงค์นี้ https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1546921466

ผู้กู้ยืมไม่มีเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาครั้งเดียวได้ ประสงค์จะผ่อนชำระ สามารถทำได้ตามความประสงค์ ในระหว่างที่กองทุนฯ ยังไม่ได้ดำเนินการบังคับคดี  แต่หากกองทุนดำเนินการบังคับคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย ผู้กู้ยืมต้องรับสภาพการบังคับคดีนั้นตามจำนวนหนี้ในคำพิพากษา

ผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกหักเงินเดือนหรือประกอบอาชีพอิสระ มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทางรับชำระหนี้เดิมตามที่กองทุน กำหนด ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา 

 

ตาม พ.ร.บ. กยศ. 2560 ในมาตรา 51 นายจ้างจะต้องรับผิดชดใช้เงินที่ต้องนำส่งและต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้นำส่ง ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง

นายจ้างต้องยื่นแบบทาง Internet นำส่งผ่านระบบสารสนเทศของกรมสรรพากร (e-PaySLF) ภายในระยะเวลาการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

หลังจากนายจ้างได้รับหนังสือจากกองทุนแจ้งให้หักเงินเดือนของผู้กู้ยืม นายจ้างสามารถดำเนินการหักนำส่งเงินตามขั้นตอนต่อไปนี้

สมัครขอใช้ระบบ e-PaySLF

1. สมัครสมาชิกยื่นภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ภ.อ.01 ของกรมสรรพากร (E-Filing)

2. เพิ่มรายการนำส่ง กยศ.

ขั้นตอนการนำส่งเงิน

1. เข้าสู่ระบบ e-PaySLF เพื่อรับข้อมูลรายชื่อและจำนวนเงินที่ต้องหักจากระบบ

2. บันทึกรายการและจำนวนเงินที่หักได้เข้าสู่ระบบ

3. พิมพ์ชุดชำระ (Pay in slip) และนำไปชำระตามช่องทางที่กำหนด

ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาจากคู่มือแนะนำในระบบ