Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ดูได้จากสลิปเงินเดือนที่หน่วยงานต้นสังกัดออกให้

การหักเงินเพื่อการชำระหนี้ กยศ. มีลำดับการหักที่ พ.ร.บ.กองทุน พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ซึ่งนายจ้างจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จะหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เป็นไปตามลำดับที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ กรณีจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ว่าเงินไม่เพียงพอ ส่วนการห้ามอายัดเงินลูกหนี้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,0000 บาทนั้น ไม่มีผลต่อการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กองทุน พ.ศ. 2560

กองทุนจะหักเงินเดือนผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชำระหนี้ปกติ กลุ่มผิดนัดชำระหนี้ กลุ่มไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องคดี และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแล้ว

หักเป็นเงินจำนวนที่แน่นอน ตามจำนวนและเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงินหรือข้อตกลงอื่น

สำหรับหน่วยงานราชการ/หน่วยงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ กองทุนจะเริ่มหักทยอยหักเงินเดือนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป
สำหรับหน่วยงานเอกชน กองทุนจะเริ่มดำเนินการในปี 2562 โดยเริ่มจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่ก่อน และค่อยทยอยดำเนินการไปกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก ตามลำดับ

กองทุนฯ จะประสานงานกับหน่วยงานและดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้กู้ยืมทุกขั้นตอน โดย

1. กองทุนฯ แจ้งการหักเงินเดือนไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์ของผู้กู้ยืม

2. ผู้กู้ยืมตรวจสอบยอดค้างชำระ หากมียอดค้างชำระผู้กู้ยืมควรชำระให้เสร็จสิ้นก่อน เนื่องจากการหักเงินเดือนจะนำยอดซึ่งกำลังจะถึงกำหนดชำระมาดำเนินการเท่านั้น

ทั้งนี้ หากหน่วยงานของผู้กู้ยืมยังไม่เข้าสู่กระบวนการ ผู้กู้ยืมสามารถติดต่อยื่นความประสงค์โดยตรงมาที่กองทุนฯ เพื่อให้ประสานงานไปยังนายจ้างได้

 

กรณีที่ 1 นายจ้างไม่สามารถหักและนำส่งผ่านระบบ e-Payslf  ให้นายจ้างแจ้งเป็นหนังสือขอเลื่อนการนำส่งเงินให้กองทุนฯ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กองทุนฯ แจ้งข้อมูลผู้กู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Payslf โดยกองทุนฯ จะขยายระยะเวลาให้ไม่เกิน 90 วัน

กรณีที่ 2 นายจ้างไม่สามารถหักเงินของผู้กู้ยืมบางรายได้  ให้นายจ้างนำส่งรายชื่อและจำนวนเงินของรายที่หักได้ พร้อมแจ้งรายละเอียดสำหรับรายที่ไม่สามารถหักได้ โดยต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

 

- ผู้กู้ยืมลาออก ถูกปลดออก ไล่ออก หรือโอนย้าย 

- ผู้กู้ยืมมีรายได้คงเหลือไม่พอหักเงินเพื่อชำระหนี้ (หลังหักรายการตามกฎหมาย)

- ผู้กู้ยืมลาโดยไม่ได้รับเงินเดือน 

- ผู้กู้ยืมได้รับโทษทางวินัยไม่ได้รับเงินเดือน 

- ผู้กู้ยืมเสียชีวิต 

- ผู้กู้ยืมชำระหนี้เสร็จสิ้น 

- ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างการศึกษา

- ผู้กู้ยืมไม่เป็นพนักงาน/ลูกจ้างของหน่วยงาน

- ผู้กู้ยืมมีสถานะพักการจ้างโดยไม่ได้รับเงินเดือน

เมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ให้นายจ้างนำส่งเงินเป็น 0 บาท เว้นแต่เข้าเงื่อนไข “ผู้กู้ยืมมีรายได้คงเหลือไม่พอหักเงินเพื่อชำระหนี้ (หลังหักรายการตามกฎหมาย)” กรณีนี้ให้นายจ้างหักนำส่งเท่าจำนวนที่สามารถหักนำส่งได้จริง

 

ส่งแบบเดียวกับที่หน่วยงานส่งภาษีเงินได้ไปยังกรมสรรพากร

ผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกหักเงินเดือนหรือประกอบอาชีพอิสระ มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทางรับชำระหนี้เดิมตามที่กองทุน กำหนด ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา 

 

นายจ้างจะหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมเพื่อชำระหนี้กองทุนฯ จนกว่าจะเสร็จสิ้นตามจำนวนเงินในสัญญา

 

ให้นายจ้างแจ้งผู้กู้ยืมกลุ่มดังกล่าวให้ติดต่อกองทุนฯ โดยตรง

สำหรับในส่วนที่ผู้กู้ยืมชำระเพิ่มกองทุนฯ จะนำไปลดหนี้จากเงินต้นคงเหลือ จะทำให้ผู้กู้ยืมเสียดอกเบี้ยน้อยลงและหนี้หมดเร็วขึ้น แต่อัตรารายเดือนที่หักจะยังคงเป็นอัตราเดิม 

ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้ตลอดเวลา โดยติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา และขอให้ผู้กู้ยืมแจ้งการปิดบัญชีให้กองทุนรับทราบตามช่องทางที่กำหนดไว้ เพื่อความแน่ใจว่าผู้กู้ยืมจะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการหักในรอบเดือนถัดไป

ตาม พ.ร.บ. กยศ. 2560 ในมาตรา 51 นายจ้างจะต้องรับผิดชดใช้เงินที่ต้องนำส่งและต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้นำส่ง ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง