ข่าวประชาสัมพันธ์

กยศ. แจ้งนโยบายและผลการดำเนินงานหลังเริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ. ใหม่

       
  

 
          กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมแผนเดินสายพบองค์กรนายจ้าง หลังพระราชบัญญัติใหม่มีผลบังคับใช้ พร้อมเร่งติดตามหนี้เงินกู้ยืมเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังจาก พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ได้เริ่มมีผลบังคับใช้ กองทุนมีภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อรองรับการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติใหม่ดังกล่าว ได้แก่ การออกกฎกระทรวงและระเบียบต่างๆ การประสานความร่วมมือกับกรมสรรพากรในการเชื่อมต่อระบบรับชำระหนี้ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้องค์กรนายจ้างได้รับทราบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหักเงินเดือนพนักงานที่เป็นผู้กู้ยืม โดยกองทุนมีแผนจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สภาองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคมมีแผนจะเริ่มนำร่องจัดประชุมสัญจรกับสมาชิกสภาองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย โดยจะจัดขึ้นที่จังหวัดระยองเป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่มีนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก     
          ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมของนักเรียน นักศึกษาคือการเพิ่มลักษณะการให้กู้ยืมเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ (1) เป็นผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ (2) ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักต่อการพัฒนาประเทศ (3) ศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนหรือมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ และ (4) เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ สำหรับปีการศึกษา 2560 และ 2561 จะมีให้กู้ยืมเฉพาะลักษณะที่ (1) และ (2) เท่านั้น เนื่องจากการกู้ยืมในลักษณะที่ (3) และ (4) จำเป็นต้องรอการพิจารณาหลักเกณฑ์ เงื่อนไขคุณสมบัติ และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการดำเนินการให้กู้ยืมดังกล่าวในรูปแบบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีการศึกษา 2562
          ปัจจุบัน กองทุนมีผู้กู้ยืม 5,284,309 ราย ประกอบด้วย ผู้กู้ที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว 670,772 ราย    ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3,411,822 ราย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ 1,151,520 ล้านราย และอื่นๆ (เสียชีวิต/ทุพพลภาพ) 50,135 ราย คิดเป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 553,492 ล้านบาท จากช่วงที่ผ่านมากองทุนได้มีมาตรการติดตามหนี้โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทุนมีผลการชำระหนี้ดีขึ้นตามลำดับ ทำให้กองทุนไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการจัดสรรวงเงินการให้กู้ยืมในปีการศึกษา 2560 และปีการศึกษา 2561 โดยปี 2558 กองทุนได้รับชำระหนี้ 18,318 ล้านบาท ปี 2559 ได้รับชำระหนี้ 21,419 ล้านบาท และในปี 2560 กองทุนคาดการณ์ว่าจะได้รับชำระหนี้ประมาณ 25,000 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ยังมีผู้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้กองทุนและค้างชำระหนี้ ซึ่งกองทุนได้ดำเนินคดีในปีนี้ประมาณ 140,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาท จึงขอฝากถึงผู้กู้ยืมที่ได้รับหมายศาลว่าไม่ต้องกังวลขอให้ไปตามที่ศาลนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยและทำสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งทางกองทุนจะเปิดโอกาสให้สามารถผ่อนชำระได้อีก 9 ปีเต็ม หรือสามารถติดต่อขอชำระหนี้ปิดบัญชีก่อนถึงวันที่ศาลนัด โดยให้ส่งหลักฐานการปิดบัญชีและใบเสร็จค่าทนายความให้กับฝ่ายคดีและบังคับคดี หมายเลขโทรสาร 02-016-4940 หากชำระครบถ้วนแล้วกองทุนจะดำเนินการถอนฟ้องให้
          ทั้งนี้ กองทุนขอขอบคุณผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้อง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและประชาชนทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย โดยช่วยสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อการชำระเงินคืนกองทุน เพราะการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาก็เปรียบเสมือนการให้ทุนแก่เยาวชนเพื่อไปสร้างอนาคตของตนเอง และสร้างทุนมนุษย์ให้กับผู้กู้ยืม เมื่อถึงเวลาก็อยากให้ผู้กู้ยืมส่งมอบโอกาสคืนทุนการศึกษาให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป

พ.ร.บ. ปี 60 อ่านรายละเอียดคลิก
 
.