คำถามที่พบบ่อย

พ.ร.บ.กองทุน พ.ศ. 2560 จะบูรณาการทั้งหมด โดยให้อำนาจกองทุนสามารถขอข้อมูลส่วนบุคคลของลูกหนี้ กยศ. เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ จากหน่วยงานต่างๆ ได้ รวมถึงการบังคับคดี จากเดิมการบังคับคดีของลูกหนี้ที่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ ซึ่งกองทุนต้องใช้เงินในการจ้างติดตามสืบทรัพย์จำนวนมาก แต่ พ.ร.บ. กองทุน พ.ศ. 2560 สามารถส่งข้อมูลของลูกหนี้ให้กับกรมที่ดิน ตรวจสอบการถือครองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ จากการบูรณาการนี้ทำให้รัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก และทำให้กองทุนดำเนินการได้โดยมีข้อจำกัดที่น้อยลง ทำให้ติดตามหนี้ได้คืนมากขึ้น และไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐต่อไป
 
           1. นายจ้างมีหน้าที่ในการหักเงินเดือนพนักงานและลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. เพื่อนำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนดระยะเวลานำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด  
           2. กรณีที่นายจ้างไม่ได้หักเงิน หรือหักแต่ไม่ได้นำส่ง หรือนำส่งแต่ไม่ครบตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ หรือหักและนำส่งเกินกำหนดระยะเวลา นายจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่ต้องดำเนินการหักนำส่งและจ่ายเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นไม่สามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขดังกล่าว ขอให้แจ้งเหตุผลความจำเป็นให้กองทุนพิจารณาเป็นรายกรณีไป

 
นายจ้างสามารถนำส่งรายชื่อของพนักงานทั้งหมดมาให้ กยศ. ตรวจสอบข้อมูลการเป็นผู้กู้ยืมได้ ตามอำนาจในพ.ร.บ. กยศ. มาตรา 45
กยศ.จะมีหนังสือแจ้งมายืนยันว่าพนักงานเป็นผู้กู้ และเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่ต้องหักเงินเดือนนำส่ง กยศ.
ปัจจุบันนายจ้างสามารถประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ พ.ร.บ. กยศ. 2560 ให้บุคลากรและพนักงานใหม่ที่เป็นผู้กู้ยืม รับทราบว่าจะมีการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ กยศ. หากพบว่ามีบุคลากรที่ค้างชำระหนี้ กยศ. ควรแจ้งให้ชำระหนี้ให้เป็นปกติ เนื่องจากจะทำให้นายจ้างหักเงินเดือนเพื่อนำส่งได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
องค์กรนายจ้างจะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนได้ต่อเมื่อกองทุนได้แจ้งต่อนายจ้างอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น โดยกองทุนจะแจ้งเป็นจดหมายในระยะแรก แต่ในอนาคตเมื่อระบบเชื่อมต่อก็สามารถแจ้งผ่าน Internet ได้ 
สำหรับหน่วยงานราชการ/หน่วยงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ กองทุนจะเริ่มหักทยอยหักเงินเดือนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป

สำหรับหน่วยงานเอกชน กองทุนจะเริ่มดำเนินการในปี 2562 โดยเริ่มจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่ก่อน และค่อยทยอยดำเนินการไปกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก ตามลำดับ

 
หน่วยงานของรัฐที่มีการจ่ายเงินเดือนผ่านกรมบัญชีกลาง กองทุนจะมีหนังสือแจ้งรายชื่อถึงอธิบดีทุกกรมทราบว่าข้าราชการรายใดที่มีเกณฑ์ต้องถูกหักเงินนำส่งกองทุน และทางกองทุนจะแจ้งรายชื่อไปที่กรมบัญชีกลางเพื่อทำการหักส่งกรมสรรพากร ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน และจัดประชุมชี้แจงกับหน่วยงานภาครัฐให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น
นายจ้างต้องยื่นแบบทาง Internet นำส่งผ่านระบบสารสนเทศของกรมสรรพากร ภายในระยะเวลาการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
 
ให้ผู้กู้ยืมแจ้งยกเลิกการตัดชำระอัตโนมัติที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อมิให้มีการตัดยอดหนี้ช้ำซ้อนกับการหักเงินเดือน
 
กองทุนจะหักเงินเดือนผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชำระปกติ กลุ่มผิดนัดชำระ และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดี
 
- กรณีเงื่อนไขชำระหนี้เป็นรายเดือน โดยหลักจำนวนเงินที่ต้องหักก็จะเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญากู้ยืมเงิน
- กรณีเงื่อนไขชำระหนี้เป็นรายปี จำนวนเงินที่ต้องหักนำส่งชำระหนี้แต่ละเดือน คำนวนจากยอดชำระตามตารางผ่อนชำระหนี้รายปีของผู้กู้ยืมตามสัญญา 15 ปี โดยนำมาหารจ่ายรายเดือนก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้ 5 กรกฎาคมของปีถัดไป
 

 
ตามกฎหมายไม่ระบุเงินเดือนขั้นต่ำ แต่ระบุให้นายจ้างมีหน้าที่หักตามจำนวนที่กองทุนแจ้ง กรณีที่ลูกหนี้รายใดสามารถหักได้ตามที่กองทุนแจ้ง ให้นายจ้างเป็นผู้หักเงินนำส่งกรมสรรพากร ส่วนลูกหนี้รายใดที่ไม่สามารถหักเงินเดือน เพื่อนำส่งกรมสรรพากรได้ ให้นายจ้างดำเนินการแจ้งข้อมูลลูกหนี้ดังกล่าวกลับมายังกองทุน เพื่อให้กองทุนพิจารณาเป็นรายกรณีต่อไป
หักเป็นเงินจำนวนที่แน่นอน ตามจำนวนและเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงินหรือข้อตกลงอื่น
การหักเงินเพื่อการชำระหนี้ กยศ. มีลำดับการหักที่ พ.ร.บ.กองทุน พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ซึ่งนายจ้างจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จะหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เป็นไปตามลำดับที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ กรณีจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ว่าเงินไม่เพียงพอ ส่วนการห้ามอายัดเงินลูกหนี้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,0000 บาทนั้น ไม่มีผลต่อการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กองทุน พ.ศ. 2560
ตาม พ.ร.บ. กยศ. มาตรา 51 ได้กำหนดลำดับการหักเงินเดือน ดังนี้
อันดับที่ 1 ภาษี ณ ที่จ่าย
อันดับที่ 2 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ประกันสังคม หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
อันดับที่ 3 เงินกู้ กยศ.
ดังนั้นจึงต้องหักเงิน กยศ. ก่อนการอายัดเงินเดือนของกรมบังคับดคี โดยนายจ้างจะต้องแจ้งให้กรมบังคับคดีทราบ หากมีเงินไม่เพียงพอในการอายัดเงินของกรมบังคับคดี
ตาม พ.ร.บ. กยศ. 2560 ในมาตรา 51 นายจ้างจะต้องรับผิดชดใช้เงินที่ต้องนำส่งและต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้นำส่ง ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง 
ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้ตลอดเวลา โดยติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา และขอให้ผู้กู้ยืมแจ้งการปิดบัญชีให้กองทุนรับทราบตามช่องทางที่กำหนดไว้ เพื่อความแน่ใจว่าผู้กู้ยืมจะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการหักในรอบเดือนถัดไป
ยังต้องถูกหักเงินเดือน เนื่องจากเป็นลูกหนี้ที่ต้องชำระเงินคืน และจะต้องจ่ายเงินตามยอดที่ได้ไกล่เกลี่ยกับศาลไว้แล้ว จำนวน 1,300 บาทต่อเดือน ตามระยะเวลาที่เหลือ
ส่งแบบเดียวกับที่หน่วยงานส่งภาษีเงินได้ไปยังกรมสรรพากร

กยศ.จะมีแบบฟอร์มให้องค์กรนายจ้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการหักเงินนำส่งกรมสรรพากร และจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยองค์กรนายจ้างอีกทางหนึ่ง
ยอดเงินที่หักรายเดือนจะไม่ลดลง เนื่องจากกองทุนได้มีการคำนวนหนี้เฉลี่ยรายปีไว้แล้ว ทั้งนี้ เงินที่ผู้กู้ได้มีการชำระเข้ามาจะนำไปตัดยอดเงินต้น ทำให้ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้เร็วกว่าอายุของสัญญา และช่วยลดดอกเบี้ยที่ต้องชำระได้อีกด้วย
 
        ผู้กู้ยืมจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งที่เกี่ยวกับกองทุนที่ได้ออกใช้บังคับอยู่แล้วก่อนในวันทำสัญญานี้ และที่จะได้ออกใช้บังคับต่อไปในภายหน้า ให้ถือว่ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ด้วย (ตามข้อ 12  ของสัญญากู้ยืมเงิน กยศ.)  ซึ่งรวมถึงการยินยอมให้นายจ้างหักเงินเดือน
อย่างไรก็ตาม นายจ้างสามารถหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนได้ตามที่กองทุนแจ้งให้ทราบ เนื่องจากเป็นการหักเพื่อชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ตามมาตรา 76 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นอกจากนั้น ยังมีมาตรา 119 (2) ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ระบุว่า กรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย กฎหมายให้อำนาจนายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย 
ก่อนที่ กยศ. จะแจ้งไปสามารถยังทำได้อยู่ แต่เมื่อใดที่ กยศ. แจ้งให้นายจ้างเริ่มดำเนินการหักเงินเดือน นายจ้างต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย 
ลูกหนี้ กยศ. ทุกคน ที่อยู่ในระบบการจ่ายเงินเดือน หากมีหนังสือจากกองทุนแจ้ง นายจ้างก็ต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย
นายจ้างต้องแจ้งให้กองทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร 
ทางกองทุนอยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนายจ้างที่มีลูกจ้างรายวัน
สำหรับลูกหนี้ กยศ. ที่ประกอบอาชีพอิสระ มีหน้าที่ชำระหนี้ด้วยตนเอง ตามกำหนดระยะเวลา และช่องทางรับชำระหนี้ที่กองทุนกำหนด  
ดูได้จากสลิปเงินเดือนที่หน่วยงานต้นสังกัดออกให้
 
กองทุนจะหักรายเดือนตามยอดปกติ หากผู้กู้ยืมมียอดค้างชำระเงินที่หักรายเดือนไปตัดในส่วนเบี้ยปรับค้างชำระ ดังนั้น ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการชำระให้สถานะเป็นปกติก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเบี้ยปรับค้างชำระ
ดอกเบี้ยจะน้อยลงกว่าการชำระเป็นรายปี (ลดต้น ลดดอก)
 
สามารถทำได้โดยการติดต่อกลับมาที่กองทุน โดยกองทุนจะดำเนินการปรับปรุงยอดชำระหนี้ให้
 
กองทุนจะหักเงินเดือนผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชำระปกติ กลุ่มผิดนัดชำระ และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดี
 
เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้กู้ยืม การหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้างไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใดๆ
 
.