Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ให้ผู้กู้ยืมตรวจสอบและดำเนินการรีเซ็ตรหัสผ่าน ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. กรณีผู้กู้ยืมมีข้อมูลเลขบัตรประชาชนของบิดา หรือมารดา ให้เข้าเว็บไซต์ของกองทุนที่ www.studentloan.or.th     

>> เมนูระบบ e-Studentloan นักเรียน/นักศึกษา >> เลือก      ผู้ที่มีรหัสผ่านแล้ว >> เลือก Reset รหัสผ่าน >> กรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน >> เลือกยืนยันข้อมูล จากนั้นระบบจะกำหนดรหัสผ่านใหม่ให้

 

2. กรณีผู้กู้ยืมไม่มีข้อมูลเลขบัตรประชาชนของบิดา หรือมารดา อยู่ในฐานข้อมูลของทะเบียนราษฎร์จะไม่สามารถ Reset รหัสผ่านได้ ผู้กู้ยืมจะต้องติดต่อที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตพื้นที่ เพื่อแจ้งข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา มารดา โดยเตรียมเอกสาร ดังนี้

  • สูติบัตรของผู้กู้
  • ทะเบียนบ้านฉบับจริง
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนบิดา มารดา

ภายหลังจากดำเนินการข้างต้นแล้ว ให้ผู้กู้ยืมติดต่อ กยศ. Call Center 0 2016 4888 กด 9 หรือแจ้งผ่าน [email protected] เพื่อส่งเรื่องตรวจสอบกับระบบทะเบียนราษฎร์อีกครั้ง รอประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้กู้ยืมจึงจะสามาถ Reset ได้

ผู้กู้ต้องไปติดต่อสถานศึกษาที่เคยยื่นกู้ให้ดำเนินการยกเลิกสัญญา และแบบยืนยันการลงทะเบียนในระบบ e-studentloan

  1. ขอแบบฟอร์มการยกเลิกสัญญา และแบบยืนยันการลงทะเบียน จากสถานศึกษา
  2. ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้กู้ยืม เซ็นชื่อในเอกสาร
  3. นำแบบฟอร์มการคืนเงินจากสถานศึกษาไปชำระเงินที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อชำระยอดปิดบัญชี
  4. เขียนคำร้อง แจ้งรายละเอียดเหตุผลในการยกเลิกสถานะการกู้ยืม
    หมายเหตุ ส่งสำเนาใบเสร็จการชำระเงินพร้อมเอกสารข้างต้น  ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ เบอร์แฟกซ์ 0 2256 8198 ยืนยันการส่งแฟกซ์ โทร. 0 2208 8699
  • ท่านต้องลงทะเบียนและรับรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ
  • ท่านต้องให้ข้อมูลที่เป็นความจริงตรงกับข้อมูลที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์ ระบบจะตรวจสอบข้อมูลบุคคลของท่านกับสำนักทะเบียนราษฎร์ หากไม่ตรงกันท่านจะไม่สามารถยื่นคำขอกู้ผ่านระบบได้
  • ท่านควรเป็นผู้ทำรายการทุกขั้นตอนด้วยตนเอง และรักษารหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบไว้เป็นความลับเพื่อป้องกันการแอบอ้างการเข้าสู่ระบบ
  • ท่านควรใช้โปรแกรม Internet Explorer Version 6, 8, 10 และ 11 เท่านั้น ในการเข้าสู่ระบบ

เตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้

  1. แบบฟอร์ม กยศ. 204 (ดาวน์โหลดจาก Website ของกองทุนฯ)
  2. สำเนาบัตรประชาชน
  3. หนังสือรับรองการเป็นนักศึกษาจากสถานศึกษา
    (1-3 แนะนำให้สำเนาเก็บไว้ด้วย)
    **ส่งเอกสารที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือแฟกซ์ 02-2568198โทรยืนยันแฟกซ์ 02-2088699 หรือส่งเอกสารดังกล่าวไปที่บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ เลขที่ 10 อาคารสุขุมวิท ชั้น 14 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110**

**หมายเหตุ  ผู้กู้ไม่ต้องชำระหนี้แต่ให้ผู้กู้ยืมรายงานสถานภาพทางการศึกษาให้ธนาคารทราบทุกปีจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา หากกู้ผ่านก็ไม่ต้องรายงาน ทั้งสองกรณีนี้มันจะเลื่อนวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกออกไป หากไม่รายงานจะครบกำหนดชำระหนี้เมื่อไม่ต่อสัญญา 2 ปี

แบบรายงานสถานภาพ กยศ.204
https://www.studentloan.or.th/uploads/file_download/file/20161201/bflnpqswz246.pdf

ใช้แบบฟอร์ม กยศ.108 (ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์กองทุนฯ) กรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง พร้อมเอกสารแนบที่เกี่ยวข้อง เช่น

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  2. สำเนาหนังสือการเปลี่ยนชื่อ
  3. สำเนาทะเบียนบ้า
  4. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
    *สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้กู้ยืม และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

นักเรียน นักศึกษาต้องดำเนินการ ดังนี้

1. นักเรียน นักศึกษา ต้องเข้าเว็บไซต์ของกองทุน www.studentloan.or.th อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทราบระเบียบ ประกาศและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข่าวสารต่างๆ ของกองทุน เช่น กำหนดการให้กู้ยืมเงินประจำปีการศึกษา ขอบเขตการให้กู้ยืมเงิน เป็นต้น

2. นักเรียน นักศึกษา (ที่ยังไม่มีรหัสผ่าน) ต้องเข้าไปลงทะเบียนขอรหัสผ่าน (Pre-register) ในระบบ e-studentloan เพื่อยื่นขอกู้ยืมเงินให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กองทุนกำหนด

3. แสดงตนกับถานศึกษาที่เข้าศึกษา เพื่อจัดทำแบบคำขอกู้ยืมเงินต่อสถานศึกษาเพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป

กรณีครอบครัวไม่มีรายได้ประจำหรือไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้นักเรียน นักศึกษาผู้ขอกู้ยืมเงินจัดหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ  เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ สมาชิกสภาเขต  สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือหัวหน้าสถานศึกษาที่นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืมเงินศึกษาอยู่ เป็นผู้รับรองรายได้ ประกอบการพิจารณาด้วย

ผู้บริหารสถานศึกษาต้องแจ้งการเสียชีวิตของผู้กู้ยืมทันทีที่ทราบ ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่แจ้ง พร้อมแนบหลักฐานดังนี้

  1. สำเนาใบมรณะบัตร 
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน (ประทับตราว่า “ตาย”)
  3. สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้ยืม (ถ้ามี)
    *สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้ที่แจ้ง และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
    **โดยกองทุนฯจะได้ทำการตรวจสอบและพิจารณา
    ระงับหนี้ เฉพาะในส่วนที่มีการโอนเงินให้กับผู้กู้ยืมก่อนที่จะเสียชีวิต แต่หากเป็นกรณีที่มีเงินโอนให้กับผู้กู้ยืมหลังจากวันที่ผู้กู้ยืมเสียชีวิต ทายาท/ผู้ปกครอง/ผู้ค้ำประกัน มีหน้าที่ที่จะต้องส่งเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่กองทุนฯ ต่อไป

ตามกฎหมายไม่ระบุเงินเดือนขั้นต่ำ แต่ระบุให้นายจ้างมีหน้าที่หักตามจำนวนที่กองทุนแจ้ง กรณีที่ลูกหนี้รายใดสามารถหักได้ตามที่กองทุนแจ้ง ให้นายจ้างเป็นผู้หักเงินนำส่งกรมสรรพากร ส่วนลูกหนี้รายใดที่ไม่สามารถหักเงินเดือน เพื่อนำส่งกรมสรรพากรได้ ให้นายจ้างดำเนินการแจ้งข้อมูลลูกหนี้ดังกล่าวกลับมายังกองทุน เพื่อให้กองทุนพิจารณาเป็นรายกรณีต่อไป

เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้กู้ยืม การหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้างไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใดๆ

ดอกเบี้ยจะน้อยลงกว่าการชำระเป็นรายปี (ลดต้น ลดดอก)

ยอดเงินที่หักรายเดือนจะไม่ลดลง เนื่องจากกองทุนได้มีการคำนวนหนี้เฉลี่ยรายปีไว้แล้ว ทั้งนี้ เงินที่ผู้กู้ได้มีการชำระเข้ามาจะนำไปตัดยอดเงินต้น ทำให้ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้เร็วกว่าอายุของสัญญา และช่วยลดดอกเบี้ยที่ต้องชำระได้อีกด้วย

1. เงินสด ชำระได้ที่สาขาของ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

2. ชำระโดยเช็คของธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยนำเช็คไปชำระยังสาขาที่เป็นผู้ออกเช็คนั้น

3. แคชเชียร์เช็คของทุกธนาคาร สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยนำแคชเชียร์เช็คไปชำระที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารออมสิน สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล ก่อน 14.00 น.

4. ตั๋วแลกเงิน (demand draft) นำไปชำระ ณ สาขาของธนาคารกรุงไทยก่อน 14.00 น.

5. KTB-Corporate Online

 

นักเรียน นักศึกษา สามารถดาวน์โหลดขั้นตอนการกู้ยืมได้ตามลิงค์นี้ https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1546921466

นายจ้างสามารถนำส่งรายชื่อของพนักงานทั้งหมดมาให้ กยศ. ตรวจสอบข้อมูลการเป็นผู้กู้ยืมได้ ตามอำนาจในพ.ร.บ. กยศ. มาตรา 45

ก่อนที่ กยศ. จะแจ้งไปสามารถยังทำได้อยู่ แต่เมื่อใดที่ กยศ. แจ้งให้นายจ้างเริ่มดำเนินการหักเงินเดือน นายจ้างต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย